Beloved

posted on 24 Apr 2009 08:29 by yeongwoong-zayoh  in FICTION
Title :: Beloved
Paring :: YunJae 
Featuring :: TVXQ 
Typing :: AU 
Rating :: PG-13 
Written by :: Zayoh 
Noted :: ฟิคก้นไห แต่งไว้ประมาณ 2ชาติเห็นจะได้ แต่ไม่เคยเอาลงที่ไหนเลย แบบว่า ...อายตัวเองว้อย ภาษาโคะตะระอปปะรี ="=


เมื่อฤดูกาลอันหนาวเหน็บกลับมาเยี่ยมเยือนอีกครา
เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์บรรจงโปรยปราย ปรกคลุมไปถ้วนทั่ว
ช่างดูจืดชืดไร้สีสัน เย็นชา และอ้างว้างเป็นยิ่งนัก
หากแต่สำหรับคู่รักแล้ว มันกลับสวยงาม อ่อนหวาน อบอุ่น
และต่างโหยหากันและกันอย่างไม่รู้จักเพียงพอ......

*************************************************


“อะไรกัน ไหนยุนโฮบอกว่าวันนี้ไม่ทำงานพิเศษไงล่ะ” 
“ก็มันไม่มีจริงๆนี่ แต่พอดีมีคนลาหยุดไป แล้วพนักงานที่ร้านไม่พอ ผู้จัดการเค้าเลยเรียกตัวชั้นไปน่ะ ปฏิเสธก็ไม่ได้ด้วย ชั้นขอโทษจริงๆนะแจจุง” เสียงทุ้มอธิบาย แต่ปลายสายกลับเงียบกริบ ถึงจะไม่ได้เห็นหน้า แต่ปฏิกิริยาเช่นนี้ เค้ารู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังงอนอยู่แน่ๆ
“อย่างอนนะแจจุง แล้วพรุ่งนี้เราค่อยไปเดทกันนะ นายอยากไปไหนชั้นจะพาไปหมดเลย จะตามใจแจจุงทั้งวันเลยนะ...นะ” ยุนโฮพยายามง้อเสียงอ่อน จนทำให้ร่างบางที่นิ่งเงียบอยู่ซักพักเริ่มใจอ่อน
“ก็ได้ สัญญาแล้วนะ”
“คร้าบผม สัญญาครับ”
“งั้นเอาไว้เจอกันพรุ่งนี้ก็ได้ แค่นี้แหละ บาย” นิ้วเรียวกดตัดสัญญาณก่อนที่จะวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ริมฝีปากอิ่มยื่นยู่อย่างขัดใจที่อดไปเดทกันวันนี้ ทั้งๆที่คิดว่าอยากจะออกไปข้างนอกเสียหน่อย แต่ก็ถูกตาหมีบ้าเบี้ยวนัดเอาเสียได้นี่

ร่างบอบบางทิ้งตัวนอนลงกับเตียงนุ่มอย่างเบื่อหน่าย ใบหน้าสวยหันไปยังกรอบหน้าต่างกว้าง ...ฤดูหนาวที่เฝ้ารอ ในที่สุดก็มาถึง แต่ทำไมเค้าต้องมานอนแกร่วอยู่กับบ้านเฉยๆอย่างนี้ด้วยนะ
“ไม่ง้อยุนโฮก็ได้ เชอะ ไปเดินเล่นคนเดียวดีกว่า” ริมฝีปากสีสดบ่นพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับลุกขึ้นแต่งตัวเตรียมรับอากาศหนาวภายนอกจนเรียบร้อย ก่อนที่จะพาร่างเพรียวบางของตนก้าวเดินออกจากห้องไป
***************************************

อากาศในตอนสายของช่วงต้นฤดูหนาวถึงแม้จะไม่โหดร้ายเท่าไรนัก แต่มันก็หนักหนาพอดูสำหรับใครที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางภูมิอากาศต่ำๆเช่นนี้
ร่างบางภายใต้โค้ทหนาสีน้ำตาลเข้มเดินไปตามริมถนนอย่างไม่เร่งรีบ ถึงลมจะไม่แรงนัก แต่ก็ทำให้เรือนผมสีดำเป็นเงาอ่อนพริ้วเบายามเมื่อสายลมพัดแผ่ว 
ใบหน้าเรียวสวยก้มลงเล็กน้อย ซุกเข้ากับผ้าพันคอลายสก็อตผืนโปรด เช่นเดียวกับฝ่ามือทั้งสองที่ถึงแม้จะสวมถุงมือหนาปกป้องไว้ แต่ก็ยังต้องสอดเข้าหาความอบอุ่นภายใต้โค้ทตัวเก่งอยู่ดี

พลันที่สายตากลมเหลือบมองไปยังลานกว้างของฝั่งตรงข้ามก็เผลอหยุดชะลอเรียวขา จ้องมองไปอย่างสนอกสนใจ ก่อนที่จะตัดสินใจก้าวเดินข้ามถนนไปทันทีอย่างที่ไม่ต้องฉุกคิดอะไรมากนัก

ลานกว้างที่เต็มไปด้วยหิมะสีขาวสะอาดตา แจจุงยืนจ้องมองไปยังเด็กกลุ่มหนึ่งที่นั่งเล่นกองหิมะอยู่ซักพัก ก่อนที่จะตัดสินใจเดินเข้าไปหา
“ทำอะไรกันอยู่เหรอครับ” เสียงนุ่มเอ่ยทักเด็กๆกลุ่มนั้นด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยน
“ปั้นตุ๊กตาหิมะคับ” 1ในนั้นตอบเสียงใส แต่ร่างบางมองดูยังไงมันก็ไม่ใช่ตุ๊กตาหิมะเลยซักนิด แต่เด็กเหล่านั้นก็ยังคงพยายามปั้นกันยกใหญ่ จนเค้าอดที่จะอมยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้
“งั้นขอพี่ช่วยปั้นด้วยคนนะครับ”
ร่างเพรียวบางย่อตัวคุกเข่าลงกับพื้นหิมะเย็นยะเยือก พร้อมกับเด็กๆที่เขยิบที่ว่างให้ ตุ๊กตาหิมะบูดๆเบี้ยวๆตัวนี้ก็ถูกเริ่มปั้นใหม่จากผู้ช่วยอาสาทันที

“ทำไมพวกหนูถึงชอบปั้นตุ๊กตาหิมะล่ะ” แจจุงเอ่ยถามขึ้นกลางวง
“เพราะมันน่ารักดีคับ” เด็กคนหนึ่งชิงตอบก่อนใคร ตามด้วยคนอื่นๆ
“เพราะมันตัวใหญ่”
“เพราะมันทำจากหิมะ”
“เพราะมันเป็นสัญลักษณ์ของหน้าหนาวฮะ” แจจุงอมยิ้มกับคำตอบที่ได้รับ
“ตอนพี่เด็กๆนะ คุณแม่พี่เคยบอกว่า ถ้าเราปั้นตุ๊กตาหิมะในวันที่มีหิมะตกวันแรกของฤดูหนาวนะ มันจะทำให้เรามีความสุขไปตลอดหน้าหนาวเลย แล้วยิ่งเราตกแต่งใบหน้าของตุ๊กตาให้มีความสุขเท่าไหร่ เราเองก็จะยิ่งมีความสุขเท่านั้น”
“จริงเหรอคับ” เสียงเล็กเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น
“จริงสิ”
“ถ้าอย่างนั้น พวกเราจะแต่งให้หน้าตุ๊กตายิ้มกว้างๆเลย”
“ฮะๆๆ เอาสิ พวกเราจะได้มีความสุขกันนะ” ร่างบางหัวเราะชอบใจไปกับรอยยิ้มอันสดใสที่ได้เห็น
ความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของเด็กๆ เหมือนกับสีขาวบริสุทธิ์ของหิมะที่ไร้การเคลือบแฝงใดๆทั้งสิ้น

เค้าจ้องมองเด็กๆที่ยิ้มดีใจ เหมือนกับตัวเค้าในตอนที่อายุเท่ากัน........เมื่อฤดูหนาวมาเยือน เค้าเฝ้ารอวันที่หิมะตกเพื่อที่จะได้ออกมาปั้นตุ๊กตาหิมะไว้ในรั้วบ้าน เป็นแบบนี้เสมอๆ ปีแล้วปีเล่า

ฤดูหนาวที่แล้วก็เช่นกัน และมันก็เป็นครั้งที่มีความสุขกว่าครั้งไหนๆ เพราะมันเป็นครั้งแรกที่เค้าได้ปั้นตุ๊กตาหิมะกับ....คนรัก
.
.
“ยุนโฮรู้มั้ย ทำไมชั้นถึงชอบตุ๊กตาหิมะ” แจจุงเอ่ยถามขณะที่กำลังนั่งเล่นหิมะกันอยู่ที่ลานกว้างของสวนสาธารณะ
“หืม ไม่รู้สิ”
“ไม่รู้แล้วยังมาช่วยปั้นอีก” 
“ก็แจจุงอยากทำ ชั้นก็อยากช่วยนี่นา”
“ฮึๆ งั้นจะเล่าให้ฟัง ของแบบนี้มันมีที่มา” เจ้าของใบหน้าสวยหวานอมยิ้มน่ารัก ก่อนที่จะเริ่มตั้งหน้าตั้งตาเล่าเรื่องราวในวัยเด็ก
“ตอนเด็กๆน่ะ ชั้นเกลียดหน้าหนาว พอหิมะตกชั้นก็เอาแต่ขลุกอยู่แต่ในบ้าน จนมีวันนึง คุณแม่มาบอกชั้นว่า ถ้าอยากมีความสุขไปตลอดหน้าหนาวน่ะ จะต้องปั้นตุ๊กตาหิมะในวันแรกที่มีหิมะตก ยิ่งถ้าเราทำให้หน้าตุ๊กตายิ้มเท่าไหร่นะ เราก็จะมีความสุขเท่านั้น พอชั้นได้ยินอย่างนั้นก็เลยชวนคุณแม่กับคนในบ้านออกมาช่วยกันปั้นที่รั้วบ้าน แล้วมันก็จริงนะ มันสนุกแล้วก็มีความสุขมากเลย ตั้งแต่นั้น พอหน้าหนาวมาถึงเมื่อไหร่ ชั้นก็ไม่เกลียดมันเอาแต่ขลุกอยู่ในบ้านอีก แต่จะวิ่งออกไปข้างนอก เล่นปาหิมะ ปั้นตุ๊กตาหิมะกับเพื่อนๆล่ะ”
“อืม แม่นายนี่เข้าใจหลอกนายนะ”
“ไม่ได้หลอกนะ มันเป็นเรื่องจริงต่างหาก” แจจุงแย้งกลับจนเรียวคิ้วขมวดมุ่น
“อย่าบอกนะว่านายเชื่อ”
“อื้ม ตุ๊กตาหิมะน่ะ เป็นเครื่องรางแห่งความสุขของชั้นในฤดูหนาวเลยนะ”
ยุนโฮจ้องมองรอยยิ้มใสๆนั่น ก่อนที่จะหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู
“ฮะๆๆ เด็กจริงๆเลยนายนี่”
“เอ๊ะ ยุนโฮ อย่ามาว่ากันแบบนี้นะ”
“แจจุงเด็กน้อย” ร่างสูงยังตั้งหน้าตาตาล้อไม่เลิกจนอีกฝ่ายเป่าลมจนแก้มป่องอย่างไม่พอใจ
“ยังไม่หยุดใช่มั้ย นี่แน่ะ” ก้อนหิมะขนาดย่อมในมือบาง ถูกปาใส่ใบหน้าหล่อเหลาไปเต็มๆ
“สมน้ำหน้า” ร่างบางหัวเราะร่วนอย่างสะใจ กับใบหน้าของคนรักที่เต็มไปด้วยเศษหิมะ
“หัวเราะเหรอ นี่แน่ะ” ยุนโฮเอาคืนบ้าง มือใหญ่ก้มลงหยิบหิมะ แล้วปากลับคืนไปมั่ง ทำเอาแจจุงหยุดหัวเราะทันควันเมื่อใบหน้าสวยหวานของตัวเองโดนหิมะเย็นเฉียบโปะเข้าซะเต็มหน้าเต็มตา

“นายปาใส่ชั้นเหรอ อย่าอยู่เลย” และแล้วสงครามปาหิมะก็เกิดขึ้น แต่ดูเหมือนแจจุงจะเป็นฝ่ายลงมือเสียมากกว่า เพราะยุนโฮได้แต่หลบไปหัวเราะไป ก่อนที่จะหาจังหวะล็อคตัวแจจุงจากทางด้านหลังได้สำเร็จ
“จับได้แล้วตัวแสบ ร้ายนักนะ”
“ก็นายเริ่มก่อนเองนิ” 
“ค้าบๆ ผมผิดค้าบ” ยุนโฮยอมจำนนอย่างอ่อนใจด้วยรอยยิ้ม พลางเอื้อมมือไปหยิกแก้มนิ่มอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะลดมือลงไปกอดเอาบางเอาไว้อย่างนั้น
“นี่คือเครื่องรางแห่งความสุขของนายเหรอ” ใบหน้าหล่อเข้มเกยคางอยู่ที่ไหล่มน เอ่ยถามขณะมองไปยังตุ๊กตาหิมะตรงหน้า
“อืม” แจจุงรับคำเบาๆ เลื่อนมือทั้งสองขึ้นไปจับลำแขนแกร่งที่กอดเกี่ยวร่างตนเอาไว้แน่น
“แล้วรู้มั้ยว่าเครื่องรางแห่งความสุขของชั้นคืออะไร”
“อะไรล่ะ” ร่างบางเอียงตัวเพื่อหันไปสบตาผู้ถาม ทำให้อ้อมกอดอันอบอุ่นถูกคลายออกเล็กน้อย
“เครื่องรางของชั้นน่ะ ไม่ต้องเสียเวลาปั้น ไม่ต้องรอคอย แล้วก็ไม่ละลายหนีชั้นไปอีกด้วย”
ดวงตากลมจดจ้องเพื่อรอคอยคำตอบตาไม่กระพริบ “แล้วมันอะไรล่ะ”
ยุนโฮได้แต่ยิ้มบาง เลื่อนมือขึ้นสัมผัสแก้มใสอย่างอ่อนโยน “นายไง”

คำตอบที่ได้รับ ทำเอาแจจุงนิ่งอึ้งราวกับตุ๊กตาข้างๆ นึกไม่ถึงแล้วก็ไม่ทันนึกด้วยว่าอีกฝ่ายจะพูดแบบนี้
“นายคือความสุขของชั้น นายคนเดียวนะแจจุง”
“ยุนโฮ” ดวงตากลมได้แต่จ้องมองสายสายอ่อนโยนของอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้นราวกับทำอะไรไม่ถูก แต่ปฏิกิริยาที่มีทำให้ร่างสูงยิ่งยิ้มกว้างขึ้นไปอีก ก่อนที่จะค่อยๆโน้มใบหน้าลงมาหาริมฝีปากสีสดเพื่อมอบสัมผัสอันอ่อนหวาน จนความเย็นเยียบแปลเปลี่ยนเป็นความอบอุ่น
“ชั้นรักนายนะ” เสียงทุ้มกระซิบเบาเมื่อผละออก
ใบหน้าสวยหวานแดงระเรื่อเงยขึ้นเหลือบมองคนรักเล็กน้อยด้วยความเขิน
“ชั้นก็รักนาย”
.
.
...นึกถึงเรื่องราวครั้งนั้นเมื่อใด รอยยิ้มก็พลันเกิดขึ้นเสมอ แต่อาการใจลอยที่ทำให้เจ้าตัวนิ่งเงียบไป ก็ต้องทำให้ถูกทักเรียกสติ จนคนที่ตกอยู่ในห้วงแห่งความคิดต้องสะดุ้งเล็กน้อย
“พี่ชายเป็นอะไรฮะ เบื่อเหรอ”
“เอ่อ เปล่าครับ พี่คิดอะไรเพลินไปหน่อย” แจจุงหัวเราะกลบเกลื่อนก่อนที่จะลงมือต่อจากที่หยุดค้างไปเมื่อครู่

ตุ๊กตาหิมะเริ่มใกล้จะเสร็จสมบูรณ์เข้าไปทุกทีแล้ว.......อยากให้นายมาอยู่ตอนนี้ด้วยจัง ยุนโฮ
***************************************

เวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้วไม่รู้ แจจุงเงยหน้าสะบัดผมที่ยาวปรกหน้าลงมาเล็กน้อย และขณะที่กำลังละสายตาจากผลงานที่กำลังเป็นรูปเป็นร่างตรงหน้าไปยังถนนอีกฝั่งอย่างไม่ตั้งใจ อยู่ๆ เค้าก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ริมทางเดินฝั่งตรงข้ามขึ้นมา

ดวงตากลมเพ่งมองจนแน่ใจในสิ่งที่พบเห็น พลันเรียวคิ้วก็ขมวดมุ่น
“พี่นึกได้ว่ามีธุระ ขอตัวก่อนนะครับ” แจจุงเอ่ยลาเด็กๆพร้อมกับลุกขึ้นยืนโดยที่ไม่สนใจเสียงทักท้วงใสๆเลย
เพราะสิ่งที่กำลังเห็นอยู่ มันไม่สามารถละสายตาไปได้

ยุนโฮ.....คนรักของเค้า กำลังเดินอยู่กับใครคนอื่น แถมยังโอบกันเสียแนบชิด
ไหนว่าเรียวต้องทำงานพิเศษ?.....
แล้วคนที่อยู่ข้างๆนั่นเป็นใคร?.....
นี่มันหมายความว่ายังไงกัน?......

เรียวขายาวก้าวเดินข้ามถนนตรงไปยังฝั่งตรงข้ามทันที ก่อนที่จะหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของคนทั้งคู่ไม่ไกลนัก
ทางฝ่ายยุนโฮที่ดูเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจรอบข้างเท่าไหร่ เพราะมัวแต่สนใจคนที่ตนโอบอยู่ แต่เมื่อรู้สึกได้ว่ามีคนกำลังยืนขวางทางจึงเหลือบตามอง แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักทันควัน
“แจจุง” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยเรียกร่างตรงหน้าอย่างนึกไม่ถึง “นายมาทำอะไรที่นี่”
“ชั้นควรจะเป็นฝ่ายถามนายมากกว่านะยุนโฮ นายมาทำอะไรที่นี่ ไหนบอกว่าต้องทำงานพิเศษ ไหนล่ะ! งานพิเศษของนาย ........นี่น่ะเหรอ? มาเดินเดทกับคนอื่นอย่างน่ะเหรองานพิเศษ!!!!” 
แจจุงขึ้นเสียงใส่เป็นชุด อารมณ์ที่มีอยู่เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ขนาดเห็นตำตาอย่างนี้ ยังไม่ยอมปล่อยมือที่โอบเลยซักนิด ยิ่งเห็น ก็เจ็บแปลบในใจยิ่งขึ้น
“ไม่ใช่นะแจจุง นายเข้าใจผิด” 
ยุนโฮพยายามอธิบายแต่ในเวลานี้มันก้อไม่ต่างอะไรกับการแก้ตัวเลยสักนิดในความรู้สึกของแจจุง เพราะภาพที่เห็น กับสิ่งที่ได้ยินนั้น มันช่างสวนทางกันเหลือเกิน แล้วแบบนี้ จะให้เชื่อลงได้ยังไงกัน....

“ใช่ ชั้นเข้าใจผิด ที่ผ่านมาชั้นเป็นไอ้โง่ให้นายหลอกมาตลอด จากนี้ไปชั้นจะได้เข้าใจให้มันถูกซักที”
“แจจุง ฟังก่อน”
“ไม่ฟัง! พอกันที!” ร่างบางแผดเสียงกร้าว ก่อนที่จะหันหลังวิ่งหนีไปจากตรงนั้นโดยที่ไม่ยอมหันกลับมาอีกเลย แม้จะมีเสียงตะโกนร้องเรียกไล่หลังแค่ไหนก็ตาม

ความสุข.......ที่เฝ้ารอคอย
ราวกับหิมะที่ละลายหายไปต่อหน้า
กลับกลายเป็นหยาดน้ำตา
ชะล้างภาพลวงตาอันจอมปลอมที่หลอกลวงกันมาตลอด
ความสุขที่เฝ้ารอ........อยู่ที่ไหนกัน
***************************************

ภายในห้องที่มืดมิด มีเพียงแสงไฟจากด้านนอกส่องลอดผ่านผ้าม่านโปร่งพอให้เห็นเพียงภาพสลัวของร่างที่นอนซุกอยู่บนเตียงอย่างนั้นตั้งแต่กลับมาถึง 

ตอนนี้ผืนฟ้ามืดสนิทลงแล้ว อุณหภูมิลดลงเรื่อยๆอย่างไม่ปราณี หมอนนุ่มใบโปรดเลอะไปด้วยหยดน้ำตาเป็นวงกว้าง ร่างบางเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด ....เสียใจกับสิ่งที่เกิด เจ็บปวดกับเรื่องราวที่ได้รับรู้ และเจ็บใจตัวเองที่เคยเชื่อใจมาตลอด

ทั้งๆที่รักขนาดนี้ แต่ก็ยังทำกันได้ลง
นายใจร้ายมากเลย.........ยุนโฮ

“แก๊ก!” 
ภายในห้องที่เงียบสนิท อยู่ๆก็เกิดเสียงแปลกๆขึ้น ทำให้ใบหน้าเรียวสวยที่ซุกหมอนอยู่ ค่อยๆเงยขึ้นมา
“แก๊ก! แก๊ก!” 
เสียงนั้นยังคงดังอยู่เรื่อยๆ จนแจจุงชักสงสัย จึงค่อยๆเช็ดคราบน้ำตาที่เลอะแก้ม พลางลุกจากที่นอนเพื่อตามหาต้นตอของเสียงนั้นไปรอบๆ ก่อนที่จะมาหยุดอยู่ที่หน้าต่างใบใหญ่ที่ปิดอยู่

ร่างบางยืนฟังนิ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าเสียงที่เกิดขึ้นนั้น มาจากอะไรบางอย่างที่ถูกขว้างมากระทบกับกระจกใสของหน้าต่างห้องตน มือเรียวบางจึงแหวกผ้าม่านออกดู แล้วสิ่งที่ได้พบเห็นอยู่ภายนอกหน้าต่าง ก็ต้องทำเอาเค้าตกตะลึง

ตุ๊กตาหิมะตัวใหญ่เรืองแสงสีส้ม ตั้งตระหง่านอยู่ในรั้วบ้าน ที่พื้นสีขาวโพลน มีกิ่งไม้วางเรียงต่อกันเป็นตัวอักษร อ่านได้ว่า “รักแจจุง” และใครคนหนึ่ง ที่ยืนแหงนมองมาอยู่ข้างๆตุ๊กตาหิมะนั้น

“ยุนโฮ” ร่างบางอุทานแผ่วเบา ยืนมองภาพที่เห็นนิ่ง ก่อนที่จะรู้สึกตัว เมื่อเกล็ดหิมะสีขาวเริ่มโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า มือที่เปิดผ้าม่านค้างอยู่จึงปล่อยทิ้งทันที

เมื่อผ้าม่านปิดลง ใบหน้าคมเข้มที่แหงนมองไปยังหน้าต่างอยู่ ก็ได้แต่ยืนซึม ค่อยๆก้มหน้าลงอย่างหมดทาง
พยายามคิดหาวิธีง้อให้แจจุงใจอ่อน ใช้เวลาปั้นตุ๊กตาร่วมหลายชั่วโมงกว่าจะเสร็จเรียบร้อยจนมือแตกไปหมด ......แต่มันก็ไร้ประโยชน์ กลับถูกปิดผ้าม่านหนีอย่างไม่ใยดีเลยซักนิด

นายใจร้ายจัง.....แจจุง

“มาทำอะไรในบ้านคนอื่นเค้าไม่ทราบ” 
ใบหน้าที่ก้มนิ่งอยู่ รีบเงยขึ้นมองทันควันเมื่อได้ยินเสียงนุ่มดังขึ้นตรงหน้า
“แจจุง”

ร่างบางยืนอยู่หน้าประตูบ้านด้วยสีหน้าบึ้งตึง แต่อีกฝ่ายกลับคลี่ยิ้มกว้างอย่างดีอกดีใจ
“ชั้นถามว่ามาทำไม” ร่างบางถามเสียงห้วน
“มาอธิบายเรื่องที่นายกำลังเข้าใจผิดอยู่”
“ไม่จำเป็น!” ริมฝีปากสีสดเอ่ยไม่ใยดี พร้อมกับทำท่าจะหันหลังกลับไป แต่ก็ถูกฝ่ามือใหญ่รั้งไว้เสียก่อน
“ขอร้องล่ะแจจุง ฟังชั้นหน่อยนะ เรื่องวันนี้ ที่นายเห็น มันไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ ไม่เลย”
ร่างสูงอ้อนวอนเสียงอ่อน หวังให้แจจุงยอมใจอ่อนรับฟังบ้างสักนิดก็ยังดี และมันก็ได้ผล เมื่อคนสวยยอมหยุดยืนฟัง ไม่หันหนีจากไป
“จะพูดอะไรก็ว่ามา ก่อนที่จะแข็งตายซะก่อน” คำพูดห้วนๆที่ยอมเปิดโอกาสให้ ทำให้เค้าคลี่ยิ้มออกมาอย่างใจชื้น
“วันนี้น่ะ ชั้นไปทำงานพิเศษจริงๆนะแจจุง แต่ๆอยู่ๆเพื่อนคนนึงเค้าก็เกิดปวดท้องขึ้นมา ผู้จัดการเลยบอกให้ชั้นเป็นคนพาไปหาหมอ เพื่อนชั้นเค้าปวดจนเดินแทบไม่ไหว ชั้นก็เลยต้องคอยพยุงเค้าไปอย่างนั้น แล้วอยู่ๆ นายก็มาขวางทาง แล้วก็เข้าใจผิด ชั้นอยากจะวิ่งตามนายไปแทบตาย แต่ก็ทิ้งเพื่อนไว้ไม่ได้ ยังไงก็ต้องพาไปหาหมอก่อน เสร็จแล้วถึงมาหานายนี่แหละ”
ร่างบางยืนฟังอีกฝ่ายอธิบายยาวจนเรียวคิ้วขมวดมุ่น
“จริงเหรอ”
“จริงสิ ชั้นไม่เคยคิดโกหกนายนะ ถ้าไม่เชื่อ ชั้นจะพานายไปหาเพื่อนคนนั้นก็ได้นะ เค้าไส้ติ่งอักเสบ ถูกส่งไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว”

ดวงตากลมสวยเงยขึ้นเพื่อค้นหาความจริงที่ในแววตาอีกฝ่าย และมันก็ทำให้แจจุงรู้ว่ายุนโฮไม่ได้ไม่โกหกแม้แต่น้อย
“เอ่อ..”
“.....”
“ชั้น.....ขอโทษที่เข้าใจผิด” ดวงตากลมผลุบลงต่ำ เอ่ยบอกเสียงอ่อย แต่ยุนโฮกลับยิ้มบางแบบไม่ติดใจอะไร
“ไม่เป็นไร .....มานี่สิแจจุ’” ยุนโฮเอ่ยเรียกเสียงนุ่ม พร้อมกับยื่นแขนออกไปโอบรับร่างที่ค่อยๆก้าวเดินเข้ามาหา
“ชอบมั้ย” ทั้งคู่ยืนมองตุ๊กตาหิมะตัวใหญ่ที่มีรอยยิ้มกว้าง ภายในถูกเจาะให้เป็นโพรง เพื่อใช้วางเทียนไข แรงเทียนของมัน ส่องกระทบเกล็ดหิมะสีขาวจากภายใน ดูเป็นประกาย สะท้อนสวยงามยิ่งนัก
“ชอบมากที่สุดเลย” แจจุงยิ้มดีใจราวกับเด็กๆ แต่แล้วก็ต้องเอ่ยถามอย่างสงสัย เมื่อฉุกคิดได้ขึ้นมา
“แล้วนายเข้ามาได้ยังไง ตั้งแต่เมื่อไหร่”
ก็ปีนเข้ามาเงียบๆ ตั้งแต่ตอนหัวค่ำแล้วล่ะ”

ดวงตากลมจ้องมองรอยยิ้มอ่อนโยนนั้น ก่อนที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มอีกฝ่ายแผ่วเบา
“ตัวนายเย็นเจี๊ยบเลย”
“เพื่อทำให้นายมีความสุข หนาวแค่ไหนชั้นก็ทนได้”
“ยุนโฮ” ดวงตาคมที่จ้องมองคนรักตาไม่กระพริบนั้น บัดนี้เริ่มลางเลือน เมื่อหยาดน้ำตาเริ่มรินไหลลงมา ก่อนที่จะโผเข้าหาอีกฝ่าย
“ชั้นรักยุนโฮนะ รักที่สุดเลย”
“ชั้นก็รักแจจุง” เรียวแขนแกร่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น พลางกระซิบเบา
“รักแจจุงคนเดียวเท่านั้น....รักมากที่สุด”
ใบหน้าที่ซุกอยู่บนอกกว้าง คลี่ยิ้มอย่างสุขใจ ก่อนที่จะผละออกมาเล็กน้อย
“หิมะตกหนักแล้ว เข้าไปในบ้านกันเถอะ”
“อืม” ยุนโฮตอบรับด้วยรอยยิ้ม เรียวขาทั้งคู่จึงก้าวเดินไปพร้อมกัน มือที่เย็บเยียบต่างเกาะกุมกันไว้แนบแน่น ความเหน็บหนาวค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่น จนหัวใจสัมผัสได้จากกันและกัน
***************************************


รัก .....คือสิ่งที่จับต้องไม่ได้แต่รู้สึกได้
เมื่อใดที่มันเกิดขึ้น ย่อมอยากที่จะครอบครองรักษาไว้ให้นานเท่านาน
ที่รัก.....ผลลัพธ์ที่ตามมาจากความรัก
ก่อเกิดเป็นรูปธรรม แด่บุคคลที่หัวใจเลือกจะรัก
สองสิ่งที่เกี่ยวพันธ์ซึ่งกันอย่างแน่นแฟ้น.......

แต่ละคนจะมีวิธีมอบความรักเช่นไร
แต่ละคนจะดูแลที่รักของตนเช่นใด
อยากรักษาทั้งสองสิ่งไว้ตราบนานเท่านาน
คำตอบอยู่ที่ตัวคุณเอง

edit @ 24 Apr 2009 09:28:07 by +**Zayoh**+